eng homeabout usmekong riversalween rivermun riverthai baan researchpublication
Share |
 

คำประกาศ สนับสนุนการต่อสู้เรียกร้องเพื่อความเป็นธรรม

ของพี่น้องสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และเครือข่ายองค์กรประชาชนภาคเหนือ

 

พวกเรา ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้าเขื่อนแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นกรณีปัญหาหนึ่งของสมัชชาคนจน ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้อง ของพี่น้องสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ และเครือข่ายองค์กรประชาชนภาคเหนือ มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมารับหลักการ การแก้ไขปัญหาทั้ง 6 หลักการ ของพี่น้องในวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา เราหวังว่าการแก้ไขปัญหาของพี่น้องจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน

แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ พี่น้องต้องเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ปีนเข้าไปในทำเนียบ เพื่อเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขปัญหา  จนได้หลักประกันในการแก้ไขปัญหามาอีกระดับหนึ่ง การชุมนุมของพี่น้อง จนถึงวันนี้ ก็นับได้ 20 วันแล้ว  ที่พี่น้องต้องรอนแรมจากบ้านมานอนกลางดินกินกลางทราย

ความอดทน การต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรม ของพี่น้อง จะต้องได้รับชัยชนะ ในโอกาสนี้ เราตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ได้รวบรวม ข้าวสาร อาหารแห้ง จากชาวบ้านในพื้นที่ มาสนับสนุนการต่อสู้เรียกร้องของพี่น้อง ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มากนัก แต่ก็เต็มเปี่ยมด้วยหัวใจ ด้วยกำลังใจที่ชาวบ้าน มอบให้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้อง

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง และสมัชชาคนจน ซึ่งชุมนุมติดตามทวงสัญญารัฐบาลที่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยเร่งด่วน รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น บ่อเกิดแห่งปัญหา โดยเร่งด่วนเช่นกัน

เรา ในฐานะผู้มีชะตากรรมเดียวกัน กับพี่น้อง ขอเป็นกำลังใจในการต่อสู้ และหวังว่าพีน้องจะต้องได้รับชัยชนะ ในเร็ววัน

 

ประชาชนทั้งผองพี่น้องกัน
คณะกรรมการชาวบ้าน เพื่อคัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้น
29 มีนาคม 2545 ณ หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

 

 

*********************************************************

 

 

ใบแถลงข่าวฉบับที่ 20

ชาวไทยบนพื้นที่สูง มิใช่คนอื่น

เจรจาปัญหาสัญชาติต้องยึดหลัก 6 ประการ และเมตตาธรรม

รัฐมนตรี ร.อ.สุชาติ-ดร.อดิสัย ต้องกำหนดวันเจรจาก่อน 2 เมษายนนี้โดยด่วน

หยุดการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

 

 

                         การชุมนุมทวงสัญญารัฐบาล นับตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2545 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 20 วันแล้ว  ผลการเจรจาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมีความคืบหน้าเป็นที่พอใจระดับหนึ่ง  แต่ยังคงเหลือกรณีปัญหาเหล้าพื้นบ้าน ซึ่ง ร.อ.สุชาติ  เชาว์วิศิษฐ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนแน่นอน   และดร.อดิสัย  โพธารามิก  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ซึ่งต้องเดินทางมาเจรจาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากการเจรจาที่ผ่านมาล้มเหลวไม่ได้ข้อยุติ  

 

                        สำหรับวันนี้   เรามีการเจรจาแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงและปัญหาเรื่องแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูง โดยมีนายประวัฒน์ อุตโมต  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เดินทางมาเจรจาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน    เราหวังว่าการเจรจาแก้ไขปัญหาคงเป็นไปด้วยแนวโน้มที่ดี  เพื่อให้ชาวไทยบนพื้นที่สูงมีส่วนร่วมในการพัฒนาและจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน รวมทั้งยอมรับความเป็นคนไทยซึ่งเกิดบนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้  ที่มิใช่คนอื่น และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงต้องเคารพสิทธิพลเมืองไทยเหมือนประชาชนส่วนต่างๆในสังคมไทยซึ่งดำรงอยู่ได้ด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์ สังคมวัฒนธรรมและภูมินิเวศน์มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

 

นอกจากนี้แล้ว วันนี้นับเป็นนิมิตรหมายอันดี  ที่เรามีพี่น้องเพื่อนมิตรผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับพวกเรา  พี่น้องผู้คัดค้านก่อการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ได้เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจพวกเราได้ขนเสบียงข้าวอาหารมาสนับสนุนการชุมนุมของพวกเราถึง ณ ที่นี่  เราขอขอบคุณ มา ณ. โอกาสนี้ 

 

ปัญหาของพี่น้องผู้ซึ่งได้คัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น   เป็นปัญหาที่โครงการของรัฐได้กระทำการละเมิดสิทธิของชุมชน  สร้างผลกระทบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาประเทศของรัฐที่ได้สร้างความหายนะให้กับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศชาติ  และสร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยรัฐไม่ยอมฟังเสียงประชาชน ไม่เคารพสิทธิชุมชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่บัญญัติไว้ในมาตราที่ 46 และมาตราที่ 56   ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงความยั่งยืนของสังคมไทยในอนาคตแต่อย่างใด

 

โครงการการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จะเป็นการทำลายไม้สักทองผืนสุดท้ายของประเทศไทย เป็นการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งดำรงอยู่ในพื้นที่ป่า  ดังนั้นความต้องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น จึงเป็นการฉวยโอกาสหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศชาติโดยกลุ่มนายทุนนักการเมืองอิทธิพล และเป็นหาประโยชน์จากโครงการโดยกระบวนการคอรัปชั่นของบางหน่วยงานเท่านั้นเอง  โดยอ้างเพื่อแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ ทั้งๆที่ทางเลือกต่อแนวทางแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำนั้น มีความหลากหลายมากมายที่สอดคล้องกับเงื่อนไขวัฒนธรรมประเพณี และสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ อาทิเช่น ระบบเหมืองฝาย  การชลประทานขนาดเล็ก  เป็นต้น

 

  จากที่กล่าวมาทั้งหมด    เราชี้แจงและขอเรียกร้องดังนี้

 

1.ให้ ร.อ.สุชาติ  เชาว์วิศิษฐ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ต้องกำหนดการเดินทางมาเจรจาแก้ไขปัญหาเหล้าพื้นบ้านให้ได้ข้อยุติก่อนวันที่ 2 เมษายน 2545  โดยเร่งด่วน

          2. ดร.อดิสัย  โพธารามิก  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์  ต้องกำหนดวันเวลาที่ชัดเจนเพื่อเดินทางมาเจรจาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลอีกครั้งหนึ่งโดยเร่งด่วนก่อนวันที่ 2 เมษายน 2545 นี้

3.การเจรจาแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงและปัญหาเรื่องแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูง กับนายประวัฒน์  อุตโมต  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น  เราขอเรียกร้องให้การยึดหลักการสำคัญใน 6 ประการและยึดหลักเมตตาธรรมที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ เพื่อให้การเจรจาได้ข้อยุติ  และก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างมีความเป็นธรรมในสังคมขึ้น

4.รัฐบาลต้องหยุดโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น โดยรัฐบาลต้องคำนึงถึงประเทศชาติ หยุดย่ำยีทรัพยากรธรรมชาติของประเทศชาติ   และต้องเคารพสิทธิชุมชนของคนท้องถิ่นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  รวมทั้งหยุดฉวยโอกาสอ้างเหตุผลภัยแล้งเป็นข้ออ้างเพื่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นด้วย

เรายืนยันว่า การชุมนุมตามแนวทางสันติวิธีของพวกเราจะยืดเยื้อต่อไป จนกว่าการเจรจาแก้ไขปัญหาของพวกเราได้รับข้อยุติและมีรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยการเจรจาแก้ไขปัญหาของพวกเราทั้ง 8 ประเด็นให้ได้รับข้อยุติ และนำผลการเจรจาเข้าสู่การประชุมพิจารณาของคณะรัฐมนตรีพร้อมกันทั้ง 8 ประเด็น เพื่อเห็นชอบและอนุมัติ

 

ด้วยความเชื่อมั่นพลังประชาชน

คนจนทั้งผอง      ต้องสามัคคีกัน

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.)และเครือข่ายองค์กรประชาชนภาคเหนือ

29  มีนาคม  2545    ศาลากลาง  จ.เชียงใหม่

            

***********************************************************

 

แถลงการณ์ สมัชชาคนจน

ชนชั้นใดเขียนกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น

แต่เดิมมาชุมชนหมู่บ้าน มีวิถีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย และสงบสุข เป็นสังคมที่วิวัฒนาการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนด้วยภูมิปัญญาที่สร้างสมกันมานับพันหมื่นปี  เป็นวัฒนธรรมและจารีตประเพณีอันดีงาม สิ่งเหล่านี้ คือ บรรทัดฐานที่ยอมรับกันโดยไม่ต้องจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร มันเป็นตัวบทกฎหมายที่คุ้มครองป้องกันชุมชนชาวไทยให้สามารถดำรงอารยธรรมมาได้

 

            แต่ในปัจจุบันนี้ชนชั้นกลางปกครองได้ยกกเลิกจารีตประเพณีของเราเองมิให้นำมาใช้กฎหมายอีกต่อไป โดยลอกเอาจารีตประเพณีของฝรั่งชาติตะวันตกมีอังกฤษและฝรั่งเศส เป็นอาทิ มาเป็นกฎหมายใช้บังคับชุมชนหมู่บ้านไทยแทน ความระส่ำระสาย อันเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายก็บังเกิดขึ้นในชุมชน เพราะความไม่สอดคล้องกับจารีตประเพณี วัฒนธรรม ธรรมชาติและภูมิปัญญาอย่างไทย  ดังนั้นแทนที่กฎหมายจะเป็นเครื่องอำนวยความยุติธรรม  กลับเป็นเครื่องทำลายความยุติธรรมเสียเอง กฎหมายกลายเป็นเครื่องเครื่องมือกดขี่ชุมชน กดขี่ชาวบ้าน ผู้ที่ยังดำรงวิถีชีวิตแบบไทยทำให้ชุมชนล่มสลาย ไม่อาจพึ่งพาตนเองได้อีกต่อไป  โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่กับธรรมชาติอยู่กับป่าอยู่กับแม่น้ำ ลำคลองอยู่กับทะเลไม่อาจทำมาหากินตามจารีตประเพณีได้อีก แม้ว่าจะมีความดีงามอยู่ตามธรรมชาติและวิถีไทยจะถูกกฎหมายที่เราลอกมาจากฝรั่งหวงห้าม กีดกัน ขัดขวางทำวงไม่ให้เราทำกินตามวิถีเดิมได้อีกต่อไป เพราะผิดกฎหมายของชนชั้นปกครอง (แต่ถูกต้องตามจารีตประเพณีของชุมชน)  นั่นคือ  การริบทรัพย์จากชาวบ้านอย่างเลือดเย็นที่สุด ประกอบกับชนชั้นปกครองำทยเขียนกฎหมายให้ตัวเองมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจดุลยการ อยู่ในคน ๆ เดียว หรือองค์กรเดียวยิ่งทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะคนจนถูกกดขี่หนักขึ้นไปอีก

                ในวาระที่วันนี้เป็นวันสำคัญของคนจน เป็นวันที่จะแสดงออกของธาตุแท้แห่งกฎหมายและชนชั้นปกครองไทยว่าสามารถที่จะอำนวยความยุติธรรมอยู่ได้หรือไม่  เพราะวันนี้เป็นวันพิพากษาคดีของพี่น้องชาวปากมูน และพี่น้องที่อยู่ในป่า พวกเราจึงได้มานั่งสงบ ทำสมาธิเพื่อยังความสะอาด สงบ และสว่างขึ้นในสังคมไทย

“ชนชั้นใดเขียนกฎหมาย  ก็แน่ไซร้เพื่อชั้นนั้น”

                                                  นายทาสเขียนกฎหมาย                 คนเป็นควายไม่ใช่คน

                                                 เจ้าเขียนก็สัปดน                         เขียนจนตนเป็นเทวดา

                                                 เวลานายทุนเขียน                 คนก็เปลี่ยนไปเป็นควาย

                                                 โลกเหวยอนิจจา                         นี่แหละหวายุติธรรม…..

 ด้วยจิตคารวะ
สมัชชาคนจน

29  มีนาคม  2545  

 
 

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต   138/1 หมู่ 4 ถ.คลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่   50200
Living River Siam Association  138/1 Moo 4, Suthep, Muang, Chiang Mai, 50200   Thailand
Tel. & Fax.: (66)-       E-mail : admin@livingriversiam.org

ข้อมูลในเวปนี้สามารถนำไปเผยแพร่ได้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา