eng homeabout usmekong riversalween rivermun riverthai baan researchpublication
Share |
 

เสธ หนั่นทำเรื่องอีก   แก่งเสือเต้นลุกฮือร่วมสมัชชาคนจนบุกทำเนียบ

ประกาศจุดยืนสิทธิชุมชนขอตายในถิ่นที่เกิด   ชาวบ้านยันสะเอียบแดนอุดมสมบูรณ์ไม่ต้องเป็นภาระใคร   ยืนยันปกป้องถิ่นเกิดไม่เอาเขื่อน   ส่งตัวแทน 50 คนเข้าพบ มาร์ค ที่ทำเนียบ  ยื่นข้อเสนอหยุดสร้างปิดตำนานเสือเต้น ไม่เอาเขื่อน

เวลา 10.00 น.วันที่  28 มีนาคม  ชาวสะเอียบ 4 หมู่บ้าน   ได้แก่บ้านดอนแก้ว  บ้านดอนชัย  บ้านดอนชัยสักทอง  และบ้านแม่เต้น  ส่งตัวแทนจำนวน 1,000   คน  รวมตัวกันที่วัดดอนชัย  หมู่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่  นำโดย นายชุม สะเอียบคง  อดีตกำนันต.สะเอียบ   นายอุดม  ศรีคำภา  แกนนำเครือข่ายต้านเขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่   นายเส็ง  ขวัญยืน  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านดอนชัยสักทอง    พร้อมด้วยนายภิญโญ  ชมพูมิ่ง  นายก อบต.สะเอียบ  ร่วมประกาศจุดยืนในการต้านเขื่อนแก่งเสือเต้น และยืนยันปักหลักอยู่ในชุมชนดั้งเดิมที่ตนอยู่ไม่ยอมให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น  โดยนายอุดม ศรีคำภา  ได้กล่าวถึงแนวทางการทำงานต่อต้านการสร้างเขื่อนในครั้งนี้   จะนำข้อเสนอ คือ 1 ชาวสะเอียบยืนยันอยู่ในถิ่นที่อยู่เดิม    2  ให้รัฐบาลยุติโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น     โดยจะส่งตัวแทนจำนวน 50 คนเดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่ฟังเสียงชาวบ้านที่ทำตามกฎหมายจะออกมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบ ร่วมกับสมัชชาคนจนต่อเนื่องโดยจะระดมไปทั้งหมู่บ้านต่อไป

การชุมนุมดังกล่าวแกนนำชาวบ้านได้ร่วมกัน ขึ้นกล่าวถึงปัญหาความเดือดร้อนที่ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยเมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลก็มักจะนำโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้นมาปัดฝุ่น   เสมอมาแม้รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่มีอายุสั้นก็ยังคิดสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น    รัฐบาลนายอภิสิทธิ์   เข้ามาได้ 2 เดือน  เริ่มคิดที่จะสร้างเขื่อนแล้ว  โดย พล.ต.สนั่น  ขจรประสาสน์  รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมชนประทานเร่งสำรวจนำข้อมูลเข้าสู่คณะกรรมการแก้ปัญหาน้ำแล้ง ในระดับชาติเพื่อผลักดันให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นต่อไป  ซึ่งผู้ชุมนุมต่างไม่พอใจการกระทำของรัฐบาลชุดนี้  ที่ไม่เคยมองสิทธิของประชาชน  

นายภิญโญ  ชมพูมิ่ง  นายก อบต.สะเอียบ  กล่าวว่า   ข่าวเมื่อวันที่  27 มีนาคม พบว่าเขื่อนในประเทศอินโดนีเซียเกิดพังทลายส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมชุมชน มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน และส่งผลกระทบต่อชุมชนไม่แพ้สึนามิ   ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดในหลายประเทศที่เจริญแล้วเริ่มทำลายเขื่อนทิ้งหันมาใช้วิธีการกักเก็บน้ำแบบธรรมชาติทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นและไม่เสี่ยงภัย    กรณีอย่างนี้น่าจะเป็นตัวอย่างให้รัฐบาลได้ตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมในครั้งนี้ประชาชนร่วมกันนำข้าวสารอาหารแห้งมาบริจาคให้กับตัวแทน  50 คนที่จะเดินทางไปร่วมกับสมัชชาคนจนที่หน้าทำเนียบ   โดยเดินทางไปร่วมในวันที่ 31 มีนาคมช่วงเย็นโดยรถยนต์ส่วนตัว   ร่วมสมทบกลุ่มสมัชชาคนจนในกลุ่มประเด็นปัญหาจำนวน 7 เครือข่ายที่จะนำเสนอการแก้ปัญหาร่วมกัน  ซึ่งมีอยู่หลากหลายปัญหา โดยเฉพาะเขื่อนแก่งเสือเต้น ถ้ามีการยกเลิกโครงการในรัฐบาลชุดนี้  จะส่งผลดีต่อคนในชุมชน  และที่ชุมนุมเสนอทางออกในการฟื้นฟูลุ่มน้ำยม  โดยให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู และให้กรมชลประทานปรับปรุงโครงการชลประทานที่มีอยู่ให้ดีขึ้น  ไม่ต้องสร้างใหม่  ซึ่งแกนนำประกาศชัดเจนว่าการเดินทางไปเรียกร้องในครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของเครือข่ายสมัชชาคนจน  ไม่เกี่ยวข้องกับม็อบเสื้อแดงโดยเด็ดขาด หลังประกาศเจตนารมณ์แล้วได้สลายการชุมนุมเมื่อเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน

        

 
 

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต   138/1 หมู่ 4 ถ.คลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่   50200
Living River Siam Association  138/1 Moo 4, Suthep, Muang, Chiang Mai, 50200   Thailand
Tel. & Fax.: (66)-       E-mail : admin@livingriversiam.org

ข้อมูลในเวปนี้สามารถนำไปเผยแพร่ได้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา