eng homeabout usmekong riversalween rivermun riverthai baan researchpublication
Share |
 

แถลงการณ์

หยุดสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ...หยุดสร้างความร้าวฉานให้กับชุมชน.....
รัฐบาลอภิสิทธ์ต้องลงมา
แก้ไขปัญหา ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย

จากสถานการณ์การสนับสนุนให้มีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น  โดยในวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ดำเนินการล่ารายชื่อนักเรียนในจังหวัดแพร่  หากใครไม่ลงชื่อก็จะตัดคะแนน  รวมทั้งจัดเวทีเยาวชนนักเรียนนักศึกษาให้สนับสนุนโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น  อีกทั้งในวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนักเรียนนักศึกษา กว่า 3,000 คน จากจังหวัดแพร่  มาชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่ และเวลา 11.30 น. ในวันเดียวกัน ได้มีนายกสมาคมเครือข่ายสถาบันเกษตรกร (คสก.) พร้อมแกนนำชาวบ้านลุ่มน้ำยม  จ.พิจิตร กว่า 50 คน ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร  เพื่อทวงถามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

เหตุการณ์ดังกล่าว  ได้มีชาวบ้าน ต.สะเอียบ  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะมีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น  ได้ออกมาคัดค้านการกระทำดังกล่าว ประมาณ 1,000 คน  โดยได้มีการกล่าวประณาม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการเกณฑ์ประชาชนออกมายื่นหนังสือสนับสนุนในการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น  ด้านพล.ต.สนั่น ได้กล่าวถึงการที่ชาวบ้านสะเอียบ รวมตัวต่อต้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นว่า เป็นเพราะชาวบ้านยังไม่เข้าใจ  เนื่องจากความจริงแล้วการสร้างเขื่อนไม่ได้ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน  ซึ่งได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  ได้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจต่อไป  อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเดินหน้าสร้างเขื่อนต่อไป  เพราะไม่เช่นนั้นประชาชนส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะต้องเดือดร้อน

นี่คือเหตุการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ต้องการการเยียวยาและสมานฉันท์   แต่กลับมีเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งสะท้อนภาพความไม่เป็นกลางและความอ่อนด้อยทางปัญญาของเจ้าหน้าที่รัฐนับตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่และจังหวัดพิจิตร  สำนักงานเขตการศึกษาแพร่ เขต 1 รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับท้องถิ่นที่วางตัวเป็นลิ่วล้อนักการเมืองที่มีผลประโยชน์จากการสร้างเขื่อนและต้องการสร้างฐานเสียงทางการเมืองของตนเอง   ออกมาปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความขัดแย้งในการแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่          โดยไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน   และผลของรายงานการศึกษาของสถาบันต่างๆ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น เช่น ผลการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณี ได้ชี้ว่า บริเวณที่สร้างเขื่อนใกล้กับรอยเลื่อนของเปลือกโลก  เสมือนหนึ่งเป็นการวางระเบิดบนหลังคาบ้านของตัวเอง , จากการศึกษาของ องค์การอาหารและการเกษตรโลก(FAO), ด้วยเหตุผลเรื่องการป้องกันน้ำท่วม กรณีเขื่อนแก่งเสือเต้น สามารถเยียวยาปัญหาน้ำท่วมได้ เพียง 8 เปอร์เซ็นต์ , จากการศึกษาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย (TDRI.) ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์  ได้ข้อสรุปว่า  เขื่อนแก่งเสือเต้นไม่คุ้มทุน  เป็นโครงการที่รัฐไม่ควรให้การสนับสนุน , จากการศึกษาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ด้วยเหตุผลทางนิเวศวิทยา มีข้อสรุปว่าหากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะกระทบต่อระบบนิเวศของอุทยานแห่งชาติแม่ยมเป็นอย่างมาก  ,จากการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ด้วยเหตุผลทางด้าน ป่าไม้  สัตว์ป่า  ที่มีข้อสรุปว่า  พื้นที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น  เป็นทั้งอุทยานแห่งชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่  อีกทั้งยังเป็นแหล่งป่าสักทองธรรมชาติผืนเดียวในประเทศไทยที่ยังเหลืออยู่ ดังนั้น ควรเก็บรักษาไว้ เพื่ออนาคตของประชาชนไทยและมวลมนุษยชาติ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้  เห็นได้ชัดเจนว่าผลของกระแสการปลุกปั่นและยุแยงโดยนักการเมืองในพื้นที่จะมีความขัดแย้งรุนแรงและบานปลายออกไปเรื่อยๆ  โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังข้าราชการ  สนับสนุนให้ข้าราชการใช้อำนาจโดยมิชอบสั่งการ ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่มีอำนาจออกมาสนับสนุนการสร้างเขื่อน  สร้างกระแสให้ข้อมูลเท็จทำให้เกิดความขัดแย้งในชุมชนโดยไม่มีการคิดถึงความเป็นจริงในด้านข้อมูลการศึกษาของนักวิชาการสถาบันต่างๆ ที่แสดงความคิดเห็นต่อปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น 

 เพื่อระงับข้อขัดแย้งที่จะบานปลายและไม่ให้กรณีเขื่อนแก่งเสือเต้นเป็นประเด็นให้นักการเมืองนำมาสร้างความร้าวฉานให้กับประชาชนในพื้นที่อีก   จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ลงมาแก้ไขปัญหากรณีเขื่อนแก่งเสือเต้นโดยให้ยกเลิกการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น  ซึ่งการยกเลิกนี้อิงกับผลการศึกษาของสถาบันต่างๆ ที่ได้ศึกษามาแล้ว  อีกทั้งต้องหาทางออกให้กลุ่มที่มาเรียกร้องให้สร้างเขื่อน ว่าแท้จริงกลุ่มนี้มีปัญหาอะไรและเยียวยาช่วยเหลือกลุ่มนั้นตามปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

 

ด้วยความสมานฉันท์

  • คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)อีสาน
  • โครงการทามมูน
  • สถาบันชุมชนอีสาน
  • สมาคมป่าชุมชนอีสาน
  • กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
  • เครือข่ายนักวิชาการนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
  • ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ(ศสส.)ภาคอีสาน
  • กลุ่มศึกษาปัญหาดินเค็มและการจัดการทรัพยากรแร่ อีสาน
  • คณะทำงานติดตามปัญหาทรัพยากรเหมืองแร่ ประเทศไทย
 
 

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต   138/1 หมู่ 4 ถ.คลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่   50200
Living River Siam Association  138/1 Moo 4, Suthep, Muang, Chiang Mai, 50200   Thailand
Tel. & Fax.: (66)-       E-mail : admin@livingriversiam.org

ข้อมูลในเวปนี้สามารถนำไปเผยแพร่ได้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา