eng homeabout usmekong riversalween rivermun riverthai baan researchpublication
Share |
 

ใบแจ้งข่าว

หมู่บ้านแม่มูนมั่นยืน 2 และ 3 อ่างเก็บน้ำเขื่อนราษีไศล

ราษีไศล ประกาศสู้ตายในอ่าง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงจนถึงหลังคา ยืนสวดมนต์ แผ่เมตตาในน้ำ ดลใจให้”ชวน”กลับใจเป็นคนดี ช่วยเหลือคนจนที่ทุกข์ยาก ที่เขื่อนมีพิธีสดุดี ไว้อาลัย นักสู้คนจน ตายเพราะตกน้ำในอ่างราษีไศล

ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ-วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 บริเวณที่ชุมนุมในอ่างเก็บน้ำซึ่งได้ตั้งเป็นหมู่บ้านแม่มูนมั่นยืน 2 และ 3 นั้น ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มความสูงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนภายในหมู่บ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง บ้านเรือนทุกหลังจมอยู่ใต้ น้ำในระดับน้ำท่วมถึงหลังคาบ้าน จนเป็นผลให้ชาวหมู่บ้านแม่มูนมั่นยืน 2 และ 3 ต้องพากันอพยพมายังที่ ศาลารวมใจคนจนสู้ ซึ่งเป็นศาลากลางหมู่บ้าน แต่ระดับน้ำก็ยังคงเพิ่มความสูงมากขึ้นเรื่อยๆ จนพื้นศาลาบางแห่งปริ่มน้ำ ซึ่งรายงานระดับความสูงของน้ำ อยู่ที่ระดับ 118 มร.ทก. ในขณะที่ระดับสูงสุดคือ 119 มร.ทก. แม้ทางเขื่อนจะเปิดประตูระบายน้ำ 2 บานจาก ทั้งหมด 7 บาน ในระดับ การเปิด ที่ 27 เซนติเมตร แต่ระดับน้ำก็เพิ่มความสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ระดับน้ำสูงสุด

แม้ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น ชาวหมู่บ้านแม่มูนมั่นยืน ก็ยังคงปักหลักอยู่ที่นี่ โดยได้มีกิจกรรมสวดมนต์ แผ่เมตตา ท่องคาถาชินบัญชรไป ยังนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย รัฐบาล และกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ดลใจให้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี เลิกกินบ้านโกงเมือง ช่วยเหลือคนจน และยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับเขื่อนราษีไศล แล้วให้เอาความจริงมาพิสูจน์กัน เพื่อประชาชนคนไทยจะไม่ ต้องเดือดร้อนทุกข์ยากไปกับความดื้อรั้น ไม่ฟังเสียงประชาชน ของรัฐบาลชุดนี้

นางผา กองธรรม แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า ถึงรัฐบาล นายกชวน หลีกภัย และกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน จะหาทางกลั่นแกล้ง กดดันให้พวกเราเลิกชุมนุม ทั้งที่นี่ และที่เขื่อนราษีไศล พวกตนก็ขอยืนยันว่าเราจะสู้อยู่ที่นี่ต่อไป สู้ในน้ำนี่แหละ ตราบจนกว่าจะยอม รับฟังเสียงของพวกเรา ประชาชนผู้เดือดร้อน ยอมรับฟังข้อเท็จจริงเพื่อการแก้ไขปัญหา และจนกว่าจะมีการระบายน้ำออกจากเขื่อน ทั้งหมด

“พวกเราไม่กลัว เค้ากลั่นแกล้งพวกเราโดยจะให้น้ำท่วมตายมาหลายครั้งแล้ว แต่เราก็ยืนยันว่าจะสู้จนถึงที่สุด รัฐบาลเป็นผู้ผลักดัน ให้เราต้องออกมาสู้ทั้งที่นี่และที่เขื่อน เราเรียกร้องให้รัฐบาลมาดูข้อเท็จจริง ในเมื่อกล่าวหาว่าพวกเราโกหก เราก็ให้พิสูจน์ความจริง แต่รัฐบาลขี้ขลาดไม่กล้าพิสูจน์ความจริง เอาแต่กลั่นแกล้งกดดันพวกเราคนจน ช่วยแต่คนรวย”

“ขณะนี้เรามีปฏิบัติการสันติสู้อธรรมนำพาธรรมสู่ชุมชุน แต่รัฐบาลกลับมีปฏิบัติการขี้ขลาด ไม่กล้ายอมรับความเป็นจริง เราจะสู้จนถึง ที่สุด จนกว่าจะระบายน้ำ ตัวจะจมน้ำตายก็ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ที่นี่ก็มีคนเฒ่าคนแก่ ที่ทุกข์ยากมาหลายปีจากเขื่อน ราษีไศล มายืนอยู่ในน้ำด้วยกัน เมื่อไรจะเห็นหัวอกหัวใจความทุกข์ยากของคนจนบ้าง เอาแต่หนีปัญหา มาดูสิว่าความจริงเป็นอย่างไร นาข้าวที่เสียหายจากน้ำเค็มในอ่างราษีไศลมันเป็นอย่างไร เราชาวนาอยู่ได้ก็เพราะนาข้าว แต่น้ำจะรดต้นข้าวมันเค็มจะทำอย่างไร”

นางผา เปิดเผยอีกว่า จากการที่มาชุมนุมในอ่างเก็บน้ำนั้น ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 1 รายแล้ว คือ นายโฮม ไชยันต์ อายุ 65 ปี เนื่องจากตกลง ไปในน้ำ แต่มีคนช่วยไว้ได้ ประกอบกับมีอายุมากแล้ว และมีโรคประจำตัวอาการค่อนข้างหนัก ต้องเข้ารับการรักษาผ่าตัดที่โรง พยาบาล แต่ก็มาสิ้นในเมื่อสันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนายโฮม เป็นแกนนำอาวุโสของหมู่บ้านด้วย ซึ่งในวันนี้พวกเราก็มีพิธีสดุดี และไว้อาลัยให้ด้วย เนื่องจากเป็นนักต่อสู้ของคนจน

“ถ้ารัฐบาลไม่ผลักดันเรา ด้วยการนิ่งเฉยต่อปัญหาความเดือดร้อนของพวกเรา จนพวกเราต้องมาปักหลักสู้ที่นี่ พ่อโฮมก็คงจะไม่ตกน้ำ และป่วยจนต้องมาตายอย่างนี้ อีกกี่รายที่รัฐบาล นายชวน จะรู้สึกเสียที” นางผากล่าว

ทางด้านการชุมนุมที่เขื่อนราษีไศล ในวันนี้แม้จะมีฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืนมาติดต่อกันหลายวัน จนไม่สามรถที่จะนอนได้ เนื่องจาก พื้นดินเฉอะแฉะและเจิ่งนองเต็มไปด้วยน้ำ แต่ชาวบ้านก็ยังคงมีกิจกรรมเข้าแถวสวมมนต์ เคารพธงชาติ พร้อมทั้งสวดคาถาชินบัญชร ดลใจนายกรัฐมนตรี รัฐบาล กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานให้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ช่วยเหลือประชาชนผู้ทุกข์ยาก ยอมรับกับข้อ เท็จจริงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากเขื่อนราษีไศลท่ามกลางสายฝน โดยได้มีพิธีไว้อาลัยให้แก่นายโฮม ไชยยงค์ นักต่อสู้ของคนจน ที่ได้เสียชีวิตด้วย

นายไพรจิตร ศิลารักษ์ กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ทางเขื่อนราษีไศลได้เพิ่มระดับน้ำสูงขึ้นจากการเปิดบานละ 10 เซนติเมตร เป็นบานละ 27 เซนติเมตร ในสองบานที่เปิดว่า ไม่ได้เป็นสัญญาณว่ายอมรับฟังตามข้อเรียกร้องของพวกเรา เพราะข้อเท็จจริงคือ การกักน้ำไว้ของ เขื่อนในขณะนี้ได้ท่วมพื้นที่ไร่นาของชาวบ้านที่อยู่ทางเหนือเขื่อนจำนวนมาก จนเดือดร้อนกันทั่วหน้า ทั้งที่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทำนา และที่สำคัญคือ การเปิดประตูระบายน้ำแค่ 2 บาน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เราเรียกร้องให้ระบายน้ำออกทั้งหมด เปิดทั้ง 7 บาน แต่ก็ยังคงละเลยไม่สนใจ ที่นี่เราก็จะยังคงปักหลักสู้ต่อไป ที่หมู่บ้านก็จะปักหลักสู้ตายในน้ำ และมีพี่น้องที่จะได้รับความเดือดร้อน จากเขื่อนหัวนา อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกาได้มาชุมนุมกับพวกเราที่นี้ด้วยประมาณ 50 คน เพราะไม่อยากให้ซ้ำรอยเหมือนเขื่อน ราษีไศล

“หากยังนิ่งเฉยต่อปัญหา พวกเราจะจัดการแก้ไขเอง รัฐบาลต้องออกมาชี้แจงว่าจะเก็บน้ำไว้ทำไม ทำไมไม่มาพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน เราไม่ได้เรียกร้องเงินทอง เราเรียกร้องเอาธรรมชาติ วิถีชีวิตเดิมของเรากลับมา”

นายสุจินต์ กตะศิลา แกนนำชาวบ้านที่จะได้รับความเดือดร้อนจากเขื่อนหัวนา ซึ่งขณะนี้ชุมนุมกันอยู่มี่ศาลากลางจังหวัดศีสะเกษ และที่หัวเขื่อน ได้นำน้องมาชุมนุมที่นี้ด้วยนั้น กล่าวว่า “การที่มาชุมนุมที่นี่ก็เพราะต้องการมาช่วยเป็นกำลังใจให้ เราไม่อยากให้พี่ น้องราษีไศลเสียกำลังใจทั้งจากการที่รัฐบาลนิ่งเฉยไม่ยอมมารับฟังปัญหา เราไม่อยากให้ที่เขื่อนหัวนา ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าเขื่อน ราษีไศล 2 เท่า ต้องเดือดร้อนเหมือนพวกเราที่นี่ เราไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม จึงได้ออกมาร่วมต่อสู้ด้วยกัน”

 
 

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต   138/1 หมู่ 4 ถ.คลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่   50200
Living River Siam Association  138/1 Moo 4, Suthep, Muang, Chiang Mai, 50200   Thailand
Tel. & Fax.: (66)-       E-mail : admin@livingriversiam.org

ข้อมูลในเวปนี้สามารถนำไปเผยแพร่ได้โดยอ้างอิงแหล่งที่มา